มารู้จักกับรูปแบบโฆษณาบน YouTube

มารู้จักกับรูปแบบโฆษณาบน YouTube

รูปแบบโฆษณาใน YouTube ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 รูปแบบ แต่จะมีพื้นที่โฆษณาตรงไหนได้บ้าง จะแตกต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงโฆษณา แบบไหนที่ YouTuber ควรใช้ โดยจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. โฆษณาบนหน้าแรก (HomePage)

1.1 จะมีชื่อเรียกโฆษณาแบบนี้ว่า Mastheads และจะติดอยู่ที่หน้าแรก Homepage นั่นเอง เป็นการซื้อแบบ Fixed Banner และขายโฆษณาเป็นรายวัน มี 2 ขนาด

Masthead home เป็นหน่วยโฆษณาด้านบนหน้าแรกของเรา ด้วยแบนเนอร์ขนาด 970×250 pixel ซึ่งจะแสดงเต็มความกว้างบนหน้าแรกของ YouTube ใต้แถบค้นหา มีแบบที่สามารถกดขยายได้ด้วย ซึ่งจะมีขนาด 970×500 pixel ซึ่งเราสามารถใส่ลูกเล่นเป็น Multi Functionได้
Masthead lite เป็นหน่วยโฆษณาวิดีโอขนาด 760×150 pixel โดยความกว้างจะน้อยกว่าแบบ Masthead home โดยจะเว้นพื้นที่เมนูซ้ายเอาไว้อยู่ และจะประกอบด้วยหน่วยโฆษณาย่อย 2 ส่วนคือ วิดีโอขนาด 265×150 pixel สามารถกำหนดให้เล่นอัตโนมัติหรือคลิกเพื่อเล่นก็ได้ กับเนื้อหาของแบนเนอร์ขนาด 495×150 pixel

1.2 TrueView in-Search Ad รูปแบบการโฆษณาแบบ Keyword  Search คล้ายกับ Google Search แต่ละอิงจากฐานคำค้นของ YouTube โดยแสดงอยู่รายการแรก ๆ ของหน้าผลลัพธ์ในการค้นหาบน YouTube การคิดเงินจะเกิดขึ้นเมื่อมีการคลิกที่ Link เพื่อเข้าไปดูโฆษณา

2. โฆษณาบนหน้าดูวิดีโอ (WatchPage)

2.1 Display Ad (Standard Banner) มีลักษณะเป็น Banner ขนาด 300×250 pixel ในหน้าต่าง ๆ ของ YouTube ยกเว้นแต่หน้า Homepage โดยจะปรากฏอยู่ข้าง ๆ วิดีโอและอยู่เหนือ Suggest Video

2.2 Overlay in-video Ad จะเป็น Banner แสดงซ้อนอยู่ด้านล่างของตัววิดีโอ

2.3 TrueView คือ โฆษณาที่ทาง Youtube จะคิดเงินก็ต่อเมื่อเกิดการชมโฆษณาขึ้นจริง ซึ่งการโฆษณาในแบบ TrueView นี้ ทางระบบจะคัดเลือกผู้ชมที่เป็น Target มาให้โดยอัติโนมัติ นั่นคือข้อดี เพราะเราสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่เราต้องการได้จริง การลงทุนโฆษณาของเรา ก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้น แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

  • TrueView in-Display Ad จะเป็นวิดีโอที่แสดงข้าง ๆ วิดีโอหลัก จะมีการคิดเงินผู้ลงโฆษณาต่อเมื่อมีการคลิกดู
  • TrueView in-Stream Ad เป็นวิดีโอโฆษณาความยาว 30 วินาที ที่จะเล่นก่อน คั่นกลาง และหลังวิดีโอ ซึ่งผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้หลังจากโฆษณานี้แสดงไปแล้ว 5 วินาที (ถ้ามีคน Subscribe มากเกินกว่า 1 หมื่นคน จะสามารถตั้งค่าไม่ให้ Skip ผ่านได้) การคิดค่าโฆษณาจะขึ้นอยู่กับการดูคลิป ซึ่งจะคิดเงินก็ต่อเมื่อดูโฆษณาเกิน 30 วินาที หรือจนกว่าวิดีโอจะจบในกรณีที่โฆษณาสั้นกว่า 30 วินาที

2.4 Non-Skipable in-stream Ads หรือแบบ reserve ซึ่งคือวิดีโอโฆษณาในคลิปหลักเหมือน Trueview in-stream Ads แต่จะเป็นการบังคับให้ผู้ชมต้องดูโฆษณาจนจบเสียก่อน ที่จะเข้าถึงวิดีโอหลัก โดยวิดีโอจะต้องมีความยาวไม่เกิน 20 วินาที จะคิดค่าโฆษณาเป็น CPM เท่านั้น หรือการเห็นต่อ 1,000 ครั้ง

3. โฆษณาบนหน้า Brand Channel (Channel page)

สำหรับแบรนด์ที่เปิดหรือทำการ Verified Channels แล้ว จะมีหน่วยโฆษณาพิเศษที่เรียกว่า YouTube Gadget ซึ่งเป็นการเปิดโอกาส ให้แบรนด์สามารถปรับแต่งหน้านี้เป็นอะไรก็ได้ ยกตัวอย่าง เช่น สามารถใส่ Microsite ที่ทำขึ้นมาแล้ว ติดตั้งลงบนเมนูที่เพิ่มขึ้นมาใหม่บน Channel Page ของตัวเองได้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์หน้า YouTube Gadget นี้ของตัวเองได้อย่างอิสระ

“รูปแบบการโฆษณาทุก ๆ รูปแบบ นักการตลาดจะต้องเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับแบรนด์ และวัตถุประสงค์ของแคมเปญของแบรนด์ด้วย รวมถึงเนื้อหาที่จะทำการโฆษณา จะต้องสร้างสรรค์ให้ผู้เข้าชม รู้สึกอยากที่จะดูจนจบ โดยไม่กด skip หรือเกิดความรำคาญ ดังนั้นหมายความว่า Video Content ที่เราจะลงโฆษณาบน Youtube มีความสำคัญอย่างมาก นอกเหนือจากเพียงแค่เราจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณาที่ดีที่สุด”

2

Leave a Comment